The Last Full Measure (2020) วีรบุรุษโลกไม่จำ

The Last Full Measure (2020) วีรบุรุษโลกไม่จำ l Official Trailer




เรื่องย่อ
ถ่ายทอดวีรกรรมของ “วิลเลียม เอช. พิตเซนบาร์เกอร์” (รับบทโดย เจเรมี เออร์วีน) หน่วยพลร่มสังกัดกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระหว่างสงครามเวียดนามปี 1966 เมื่อเขาโรยตัวลงมาเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนทหารราบ และตัดสินใจทิ้งโอกาสในการหนีออกจากเขตปะทะไปพร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำสุดท้าย เพื่อช่วยรักษาและต่อลมหายใจให้เพื่อนทหารอีก 60 ชีวิต จนท้ายสุดสงครามครั้งนั้นก็หลงเหลือไว้เพียงร่างของเขา และความยุติธรรมที่ถูกเพิกเฉย ถึงแม้ต้องใช้เวลานานถึง 30 ปี แต่วันนี้ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่ออดีตสหายร่วมรบ (รับบทโดย วิลเลียม เฮิร์ต) ลุกขึ้นมาขอความช่วยเหลือจากทนายกระทรวงกลาโหม “สก็อตต์ ฮัฟฟ์แมน” (รับบทโดย เซบาสเตียน สแตน) เพื่อเสนอชื่อ “วิลเลียม เอช. พิตเซนบาร์เกอร์” รับเหรียญเกียรติยศ เชิดชูความกล้าหาญชั้นสูงสุดของประเทศ นำมาสู่จุดเริ่มต้นของการตามหาความจริงจากครอบครัวของวีรบุรุษ และทหารผ่านศึกคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อ ทวงความกล้าหาญ แด่ฮีโร่ที่โลกลืม รวมทั้งเปิดโปง “ความลับ” บางอย่างที่เกือบถูกลบหายไปพร้อมกับสงครามครั้งนั้น เขาโรยตัวลงมาเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ เตรียมพบกับภาพยนตร์สงคราม-ดราม่า “The Last Full Measure วีรบุรุษโลกไม่จำ” นำทีมโดย เซบาสเตียน สแตน เสริมด้วย แซมมวล แอล. แจ็กสัน, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, เจเรมี่ เออร์วีน, เอ็ด แฮร์ริส, วิลเลียม เฮิร์ต และ โคดี้ วอล์กเกอร์ ภารกิจกอบกู้เกียรติยศนายทหาร กับความลับที่ซ่อนอยู่ในปฏิบัติการจู่โจมในสงครามเวียดนาม
[SPOIL]
The Last Full Measure เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของวีรกรรมจากวีรบุรุษที่โลกลืม William H. Pitsenbarger ทหารอากาศที่ยอมสละชีวิตตนเองโรยตัวลงมาเพื่อช่วยชีวิตทหารราบกว่า 60 นายท่ามกลางสงครามเวียดนาม แต่วีรกรรมเขาก็ถูกลืมเลือน จนทำให้สหายร่วมรบและทหารที่รอดจากเหตุการณ์นั้นต่างใช้เวลาเกิน 30 ปี เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับวีรบุรุษผู้นี้ ด้วยการเสนอชื่อให้เขาได้รับเหรียญแห่งเกียรติยศชั้นสูงสุด
จริงๆ The Last Full Measure มาจากประโยคในสุนทรพจน์ Gettysburg Address ของประธานาธิบดี Abraham Lincoln ที่พูดไว้เพื่อสดุดีแก่ทหารที่เสียชีวิตในสมรภูมิ Gettyburg ใจความว่า
หนังดำเนินเรื่องผ่านตัวละครสมมุตินามว่า Scott Huffman (Sebastian Stan) เจ้าหน้าที่ระดับกลางของเพนตากอน ที่ได้รับเรื่องให้ไปตามเรื่องราวการรายงานขอเลื่อนขั้นเหรียญกล้าหาญเป็นเหรียญแห่งเกียรติยศ ทำให้เขาต้องไปเจอกับเพื่อนทหารหาญทั้งหลาย ร้อยเรียงข้อมูล ตัดสลับกับการเล่าเหตุการณ์ในช่วงที่เกิดเหตุจริงๆ เลยทำให้ความน่าสนใจหนังเพิ่มขึ้นมา 
แต่ในความน่าสนใจนั้นก็มีความน่าเบื่ออยู่เช่นกัน ด้วยความที่หนังคล้ายกับสารคดีไปสัมภาษณ์คน นั่งพูดๆ เล่าเหตุการณ์ ซ้ำไป วนไป วนมา ตามหาความจริง มันเลยกลายเป็นหนังเรื่อยๆ ไปสักหน่อย

ถึงแม้จะมีความ “ลับ” บางอย่างของเหตุการณ์จริงในครั้งนี้ที่ทำให้เหตุการณ์มันน่าเคลือบแคลงใจ และตัวเอกต้องเอาหน้าที่การงานเข้าแลก ไอ้ส่วนนี้แหละ ที่มันดูเหมือนจะมีอะไร แต่เอาเข้าจริงมันไม่ได้เห็นความเสี่ยงหรือจุดอันตรายจากเหตุการณ์นี้สักเท่าไหร่เลย เลยกลายเป็นอุปสรรคเล็กๆ ที่ผ่านมาและผ่านไป
ถึงแม้หนังจะตัดสลับเล่าเหตุการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ในสนามรบที่ผ่านมา 30 ปี แต่ในพาร์ทของสนามรบดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ได้เห็นความยิ่งใหญ่ น่าทึ่งหรือน่าประทับใจของการช่วยชีวิตของ William H. Pitsenbarger สักเท่าไหร่เลย รู้เพียงแต่ว่ามันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเท่านั้น พาร์ทนี้ถ้าทำออกมาดีๆ มันจะทำให้หนังอินมากกว่านี้เยอะ

ซึ่งจุดอินจริงๆ จากในหนังเรื่องนี้มาจากบทพูดต่างๆ ของตัวละครที่เกี่ยวข้องกับ William H. Pitsenbarger ทั้งนั้น ถึงแม้มันจะค่อนข้างเป็นคำคม จุก กระแทกใจ น่าประทับใจมากเกินจริงไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เราได้ซาบซึ้งถึงวีรกรรมอันหาญกล้าของ William H. Pitsenbarger ได้ดีจริงๆ หลายฉากนี้น้ำตาคลอตามเลยทีเดียว โดยเฉพาะฉากตอนท้ายเรื่องที่ประธานาธิบดีกล่าว เล่นเอาซึ้งจนเกือบน้ำตาไหล กินใจสุดๆ แถมยังเกือบทำให้เรายืนขึ้นในโรงเลยทีเดียว











The Last Full Measure (2020) วีรบุรุษโลกไม่จำ